[Photos] นั่งนกไฟไปดูมังกร #1

posted on 12 Oct 2013 21:00 by infinitive in photos directory Travel, Diary
สวัสดีค่ะ เรากลับมาละน้าาาา
นี่กะจะอัพปีละเอนทรี่กันเลย 55555
ปีที่แล้วไปสิงคโปร์ ปีนี้ไปจีน Embarassed ไปนานกว่าเดิมด้วย
 
ขอทยอยอัพเป็นวันๆ ไปนะคะ รูปเยอะมาก
ขาไป: เชียงใหม่-ฮ่องกง-ปักกิ่ง
ขากลับ: ปักกิ่ง-ฮ่องกง-กรุงเทพ-ลำปาง
 
อุณหภูมิสองหลัก ประมาณ 16 องศา
เย็นๆ สบาย เหมือนอยู่บนดอยอ่างขาง ใช้แค่ผ้าพันคอก็เอาอยู่ค่ะ
แต่ตอนเช้า+ตอนดึกๆ ก็เอาเรื่องเหมือนกัน ยิ่งมีลมนะฮื้มมมม เอาเสื้อมาใส่แทบไม่ทัน
 
ไปกรุ๊ปเล็กค่ะ 8 คนเอง
พอดีว่าคนจัดทัวร์รู้จักกับพ่อ เคยไปด้วยกันมาหลายทริปละ
ก็ดีนะ เที่ยวง่ายดี จัดการอะไรง่ายด้วย :)
 
 
 
บินประมาณหกโมงครึ่ง ช่วง twilight พอดี
แต่พอขึ้นมาหน่อยก็มืดแล้ว (เร็วมาก)
โอว.. ดูนี่ซิเมืองนิดเดียว
 
 
 
 
ไม่นานก็ถึงเวลาไฮไลต์ของเครื่องบิน.. อาหาร
เป็น Seafood Indonesian fried rice +  ผลไม้ น้ำส้ม คัพเค้ก
ทำไมไม่เห็น อ๋อคือว่าหิวไปหน่อยค่ะ 555555
ข้าวแข็งไปหน่อย ก็พอกินได้ รสชาติก็รู้ๆ กัน
แล้วก็มีของหวานเป็นไอติมฮาเก้นดาซ วานิลลากับช็อกโกแลต
อร่อยมาก (กลัวเค้าไม่รู้ว่าไอติมยี่ห้ออะไร) 
 
 
 
 
ถึงสนามบินฮ่องกงแล้ว
ลงมาก็จะเจอทางไปเทอร์มินัล 2 แล้วก็บริการรถบัสอะไรต่างๆ
ถัดไปทางขวาของรูปนี้จะเป็นจุดซื้อตั๋วรถไฟเข้าเมืองนะคะ
(ได้นั่งตอนขากลับ) 
 
 
 
 
มีเซเว่นด้วย.. แต่อาหารอุ่นสู้ของเราไม่ได้หรอก
คนทยอยเข้าไม่ขาดสายเลยค่ะ
 
 
 
 
ถึงฮ่องกงประมาณสามทุ่มกว่า เร็วกว่าไทย ชม. นึง
ผ่าน ตม. มาแล้วก็จะเป็นร้านอาหาร มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย
แมค บะหมี่ ข้าวหน้าต่างๆ ไอติม ซึ่งตอนนี้ไม่มีอารมณ์กิน เพราะดึกแล้ว
แต่ตอนที่ไปถึงแรกๆ คนเยอะมาก แล้วก็กินกันเรื่อยๆ เลย
รอเปลี่ยนเครื่อง 7 ชม. โชคดีที่มี wi-fi ฟรีของสนามบิน แรงดีค่ะ แต่หลุดบ่อย (=_=')
 
 
 
 
ตอนแรกว่าจะนอนแถวนั้น แต่พ่อไปเจอที่ดีๆ แถวเกตข้างล่าง
ประกอบกับมีคนมาทำความสะอาดพอดี ก็เลยย้ายสำมะโนครัวลงไป
เรานอนที่นี่ ที่ Gate 21 ค่ะ เก้าอี้สบายดีนะ
ห้องน้ำอยู่ใกล้ด้วย สะดวกมากเลย
 
 
 
 
ใกล้ๆ กันก็มีที่ชาร์จด้วย (ต้องใช้หัวปลั้กแปลง) แล้วก็ Starbucks
 
 
-----------
 
เข้าสู่วันที่ 2 ของการเดินทาง
ตื่นมาตีห้า หนาวววมากกกกก 
 
อาหารเช้า เนื่องจากได้ยินมาว่าพวกบะหมี่มันแพง
เราก็เลยเข้าร่วมโครงการ 'ฝากท้องไว้กับแมค' 
จัด Deluxe Brakfast มาหนึ่งชุดรวมชานม เป็น 26.4 HKD
ถ้าซื้อแค่กาแฟอย่างเดียว ประมาณ 17 HKD
 
 
 
 
ข้างในก็เป็นแบบนี้
มี hot cakes + sausages + ไข่คน กับ grape jam ที่ไม่เข้ากันเลย
อ้อ แล้วก็ hash browns แถมมา (ในใบเสร็จบอกเป็น freebies) 
ชาให้เป็นชาร้อนมา นมถ้วยหนึ่ง น้ำตาลสองซอง (ซองละ 1 ชช.)
ต้องใส่ 4 ซองแน่ะถึงจะกินได้ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่คนชอบกินหวานนะ
 
 
รสชาตืโอเค ยกเว้นไข่คน............ (จุดมากมายแทนความรู้สึก)
จะหาผลิตภัณฑ์จากไข่ที่จืดกว่านี้ไม่ได้แล้ว
พยายามกินแล้ว แต่คำเดียวจอดจริงๆ
 
 
 
อิ่มแล้วก็ลงมาเดินดูช็อป 
ไล่ดูพวกขนม ช็อกโกแลตอะไรต่างๆ แล้วก็เจอนี่
ตุ๊กตาแพนด้าขี่เครื่องบิน ฉลองครบ 15 ปีสนามบินนานาชาติฮ่องกงค่า
เซฟกว่าซื้อตัวเดียวก็จริง แต่....
 
 
พวกสร้อย พวงกุญแจต่างๆ ก็มีนะ รองเท้าฟองน้ำยังมีเลย
(ราคาก็รู้ๆ กันอยู่เนอะ)
 
 
 
เดินไปเรื่อยๆ เจอ duty free เหล้า+บุหรี่ มีส่วนจัดแสดงอยู่ตรงกลางด้วย
ราคาแบบสุดๆ รอบนอกเป็นหลักหมื่น ข้างในเป็นหลักแสน 
ถึงจะยังเช้าอยู่ (ประมาณ 7 โมง) แต่ก็คึกคักน่าดูเลยค่ะ
 
 
 
 
ส่วนช็อปอื่นๆ พวกเสื้อผ้า มือถือ แบบนี้
คิดว่าเริ่มเปิดสายๆ ค่ะ (ได้แต่ดู...)
 
 
เท่าที่สังเกตมา ส่วนใหญ่ที่นี่จะขายแต่น้ำเปล่ายี่ห้อ Bonaqua กันนะคะ
สัญลักษณ์คล้ายๆ น้ำทิพย์ (บริษัทเดียวกัน) แต่ขวดบิดไม่ได้นะ 5555
มีสองขนาด 550 ml. (8 HKD) กับ 770 ml. ค่ะ แพงเนอะ
แต่ก็มี drinking fountain หน้าห้องน้ำ ให้เอาขวดไปกรอกได้เรื่อยๆ นะ (เพิ่งเห็น หลังทิ้งขวดไปซะเยอะ)
 
 
 
อ้อ ลืม เมื่อคืนหลังลงจากเครื่อง ก็นั่งรถบัสเข้าสนามบิน
รถบัสที่ว่าเป็นแบบนี้ค่ะ
 
 
 
 
บนเครื่อง ไม่มีแอร์โอสเตสมาสาธิต
เป็นแอนิเมสั้นๆ ให้ดูค่ะ มีเสียงและบรรยาย อังกฤษ/จีนสลับกัน
 
 
 
 
เห็นกระเช้า Ngong Ping ตอนรอเลี้ยวเข้ารันเวย์
 
 
 
 
สนามบินนนนน
 
 
 
 
ท้องฟ้าสีสวยมาก >_< 
หน้าต่างไม่น่ามีรอยแสครตช์เลย....
 
 
 
 
มาแล้วอาหารเช้า (จริงๆ)
ไฟลท์นี้คนจีนเยอะ ก็เลยจัดเป็นติ่มซำมาค่ะ อร่อยใช้ได้เลยนะ
ผลไม้เป็นแตงโมกับแคนตาลูป กรอบหวานอร่อยมั่กๆ ขนมปังมีเนยมาให้
ชาเป็น English Tea ซึ่งลืมหยิบน้ำตาลมา เสียใจ... 
โยเกิร์ต แหยะๆ ยังไงไม่รู้ คำเดียววาง 5555
 
 
 
 
ตอนไปถึงจีน ฝนตกปรอยๆ เวลาประมาณ 11 โมงกว่า
ผ่าน ตม. มาก็โดนจับเลื่อนลงบันไดมาเจอรถไฟเลย
มาทุกๆ 3 นาทีค่ะ
 
 
 
 
ผ่านออกมาข้างนอกสนามบินก็มีรถมารับไปกินข้าวที่ Da Heng Restaurant (ต้าเฮง)
เดินเข้าไปแบบงงๆ เจอกรุ๊ปจีน 2 โต๊ะล้งเล้งกันอยู่ ท่าทางอร่อย (แล้วอร่อยมั้ย) (....)
มีเป็ดย่าง หมูตุ๋น ไข่เจียว ที่โอเค ; เป็นที่รู้กันว่ามีแตงโมมาปุ๊บคือ หมดแล้ว
 
ที่พักอยู่เขตวงแหวนที่ 2 ตรงนี้เป็นปากทางเข้าซอยหูถง (โรงแรมอยู่ในซอยอีกที)
ต้นไม้ริมถนนเยอะดีนะ Cool เห็นแล้วร่มรื่น ชุ่มชื่น รื่นรมย์ สุดๆ ไปเลย
ต้องเดินเข้าไป (กระเป่า เบลล์บอยจะเอามาให้) เพราะซอยนี้วันเวย์ รถเข้าทางนี้ไม่ได้ค่ะ
 
 
 
 
มีลมนิดๆ ในหูถงปักธงชาติไว้หน้าบ้านกันประปราย
เพราะว่าเป็นช่วงวันชาติจีน ครบ 64 ปีพอดีค่ะ
 
 
 
 
ในซอยก็ประมาณนี้ มีกระบะต้นไม้เรียงราย เห็นแล้วมุ้งมิ้งมาก
 
 
 
 
พักที่ Royal Phoenix Hotel อลังมากเลย (คือไม่คิดว่าจะได้พักแบบนี้ สตั้นสิบวิ)
ที่ล็อบบี้มี atm ด้วย โซฟาสวยมากกกก แล้วก้มี wi-fi ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ 
เฟซเข้าไม่ได้ ทวิตไม่โหลด ได้แค่ไลน์ แต่ก็โอเคกว่าไม่มีละนะ
 
ได้พักชั้น 8 ตอนแรกกดยังไงก็ไม่ไป อ๋อ ต้องอ่านการ์ดก่อน..
สภาพห้อง เห็นแล้วแทบกรี๊ด สวยมากกกกก
 
 
 
โต๊ะเขียนหนังสือ ในลิ้นชักมีสายแลนกับไดร์เป่าผม (ใช้ดีมาก)
มีไฟส่องโดยเฉพาะด้วย เยี่ยมมากๆ เลย
 
 
 
 
หน้าห้องน้ำเป็นเคาน์เตอร์วางแก้วและขนมมินิบาร์
ข้างล่างเป็นตู้เย็น (ในตู้ไม้อีกที)
 
 
 
 
เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้ากว้างพอสมควร มีน้ำ 2 ขวดฟรี (น้ำทิพย์ภาคภาษาจีน)
หน้าต่างเป็นกระจกใส แต่ก็มีมู่ลี่ให้ค่ะ
 
 
 
 
ในลิ้นชักมุมขวาของเคานืเตอร์ มีให้เยอะดีค่ะ
หมวกคลุมผม อุปกรณ์เย็บผ้า หวี แปรงฟันก็ยังมีให้ 
 
 
จากที่สังเกตดู อะไรที่ทำจากไม้ จะเป็นไม้เนื้อแข็งทั้งชิ้น ไม่ใช่ไม้อัด
ผนังก็เอาหนังเทียมมาต่อกัน คืออลังมากจริงๆ ชีวิตนี้ไม่เคยพักที่หะรูวห์แบบนี้มาก่อนเลย
ราคาต่อวันรวมกิน+เที่ยวคือสามพันบาท ซึ่งคิดว่ามาเที่ยวเองคงไม่ได้มาแน่ๆ ที่แบบนี้
 
 
 
เรียบร้อยแล้วก็ไปดูกายกรรมกัน ออกมาอีกทาง (ทางรถเข้าได้)
เลยปากซอยมาหน่อยก็เจอ.. เซเว่นท้องถิ่น
เป็นอะไรที่โลคัลมากเลย ชอบ
 
 
 
 
รถไม่ค่อยติด (ไกด์บอก หึ ยังไม่ถึงใจกลางเมือง..)
เกาะกลางถนนเป็นสวนสาธารณะ ชาวบ้านมาเดินเล่น ไทเก๊ก ตีแบดกันตามอัธยาศัย
มีรั้วกั้นให้ ดูโปร่งตาดีค่ะ ไม่เหมือนบ้านเราที่เป็นซีเมนต์ตันๆ
 
 
 
 
เก็บลูกแปะก๊วยที่เค้าเขย่าเมื่อกี้ (ไม่ทัน)
 
 
 
 
รถส่วนใหญ่ที่ใช้จะเป็น folkswagen เพราะซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แต่แท็กซี่ก็จะมี hundai งอกขึ้นมาอีกหนึ่ง (ใช้กันแค่สองยี่ห้อนี้จริงๆ ดูมาแล้ว)
สีแท็กซี่ที่นี่จะมีสีเหลืองคาดกลางยืนพื้น ตรงขอบๆ ก็เปลี่ยนเป็นสีแดง สีดำเทา สีเขียว สีขาว ต่างๆ
สีรถเป็นแบบสีที่พ่นกับรถจริงๆ ไม่แปร๊ดเหมือนของบ้านเรา 
อากาศข้างนอกเย็นสบายเหมือนเปิดแอร์ ช่วงนี้ก็เลยจะเห็นรถเปิดหน้าต่างกันมากเลยค่ะ
 
 
 
 
ยี่ห้อนี้ไม่เคยเห็นเลย แต่คนใช้ค่อนข้างเยอะ
ยี่ห้อจากอเมริกา Bui (ปุย) ค่ะ เป็นรูปกระสุนสามลูกติดกัน
 
 
ในปักกิ่งวิ่งได้เฉพาะรถปักกิ่งนะคะ รถต่างจังหวัดเข้าไม่ได้เลย แต่รถปักกิ่งออกไปได้
ซึ่งช่วงวันหยุดนี้คนข้างนอกก็มาเที่ยวกัน โดยจอดรถไว้ข้างนอกแล้วนั่งรถเมล์เข้ามา
 
 
 
ผ่านมาแถวถนน wangfujing ทำเอาช็อกกับปริมาณคนไปพอสมควร
ถือเป็น culture shock ได้มั้ยเนี่ย
 
 
 
 
ใบ พรบ. รถ สั้นๆ ง่ายๆ มีเลขปีชัดเจน
 
 
 
 
ดูกายกรรมเสร็จแล้ว ชอบชุดหมุนจานกับจักรยาน สวยดี
คนอื่นชอบชุดมอเตอร์ไซค์ ตื่นเต้นดีนั่นนี่ แต่เราเฉยๆ.. แล้วแต่คนเนอะ
มื้อเย็นที่ 'ซานสุ่ยเจียน' (ทอง ภูเขา น้ำ) .. มีชั้นใต้ดินด้วยนะ
 
 
ชั้นใต้ดินโหวงมาก อาหารรสชาติโอเคกว่าร้านแรก
อกเป็ดผัดหอมใหญ่คือที่สุด มีหมูเปรี้ยวหวานเป็นอันดับสอง
เป็ดปักกิ่ง ไม่เหมือนที่คิดไว้ สไลด์มาเป็นชิ้น ต้องกินกับแป้ง
ห่อๆ กับผักเหมือนโรตีสายไหม ใส่น้ำจิ้ม .. เนื้อเป็ดชืด+แห้งไปหน่อย เพราะเย็นไปแล้ว
อีกอย่างที่งงมากคือ ซุปตำลึงใส่ลูกชิ้นแป้ง (-_-')
 
ข้าว ตักให้มาเยอะมาก.. ตักมาพูนจานใหญ่ๆ เลย
ไม่มีน้ำเปล่าเสิร์ฟ มีแต่โค้กแช่เย็น ชาร้อน แล้วก็เบียร์ Tsing Tao
 
 
 
อิ่มแล้วก็เดินถนนแถวโรงแรมซะหน่อย
แม่อยากซื้อผลไม้ เจอร้านนี้ 'Guo Ping Jiu' กลิ่นหอมโชยมากจนต้องเดินเข้าไปดู
 
 
ผลไม้มีหลากหลายดี ที่นี่ (จีน) ขายของเป็นครึ่งโล ไม่ใช่หนึ่งโล
มังคุด ครึ่งโลละ 9.9 หยวน ลำไย ครึ่งโลละ 8.8 หยวน
 
แม่ซื้อองุ่นแดงกับแอปเปิ้ลมา ตอนแรกอีกอย่างนึกว่าสาลี่ แต่เป็นแอปเปิ้ลขาว 
องุ่นเนื้อไม่กรอบ เมล็ดใหญ่ แข็งมาก เปลือกเปรี้ยวฝาดๆ หน่อย
ถามไกด์ บอกว่าแบบเนื้อกรอบก้มี แต่คนจีนไม่เรียกองุ่น (อะไรเนี่ย) มีอีกชื่อนึง ลืมไปละ
เวลาซื้อ ต้องจับๆ ดูก่อน หน้าตาคล้ายกันมาก แต่องุ่นเขียวอร่อยดีค่ะ
 
 
.. ตอนแรกๆ เรามีปัญหากับแอร์โรงแรมมากเลย คือปรับยังไงก็ไม่เย็น
ปรากฎว่าโรงแรมไม่เปิดแอร์ (=_=') เพราะอากาศเย็นอยู่แล้ว
ก็เลยแง้มหน้าต่างเอาไว้ค่ะ ตอนดึกๆ หนาวเอาเรื่องเลยละ
 
 
*ชื่อเอนทรี่ ได้แรงบันดาลใจมาจาก นั่งรถไฟไปตู้เย็น ของนิ้วกลมนะคะ เผื่อใครสงสัย
 
 
วันแรกในจีนผ่านไปแล้ว ไว้จะมาอัพวันที่สองต่อนะคะ บาย~ Smile